วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2559

การ เลือกรองเท้านิรภัยให้ถูกต้อง ควรเริ่มจากการทำการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) โดยการกำหนดความเสี่ยง จากสภาพแวดล้อมของการทำงาน เพื่อที่จะเลือกกำจัดหรือป้องกันอันตรายจากการทำงาน ซึ่งจะต้องทราบลักษณะงานหรือ สถานที่ทำงานอย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้ทราบระดับของการป้องกัน และสามารถเลือกใช้รองเท้าได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยรวมถึง

  • ป้องกันแรงกระแทกตรงหัวรองเท้า
  • ชั้นตรงกลางของพื้นรองเท้า ป้องกันการเจาะทะลุ
  • ภายนอกป้องกันกระแสไฟฟ้าสถิตย์
  • ภายในป้องกันความร้อน
  • ป้องกันความเย็น
  • กันน้ำ
  • ป้องกันน้ำมัน
  • ต้านทานสารเคมี
  • พื้นรองเท้ากันลื่น



วัสดุและโครงสร้างหลักของรองเท้านิรภัย

      1. หัวรองเท้า: เพื่อป้องกันสิ่งของที่ตกมากระแทกกับนิ้วเท้า รองเท้านิรภัยที่ได้รับมาตรฐานจะต้องมีหัวรองเท้าที่สามารถ ป้องกันแรงกระแทกสูงถึง 200 จูลได้ หัวรองเท้ามีทั้งที่ทำจากโลหะ (Steel Toe Cap) หรือพลาสติกแข็ง (Composite Toe Cap) ซึ่งแข็งแรงและมีน้ำหนักเบากว่า


      2. พื้นรองเท้า: เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากของมีคมหรือวัตถุที่มีปลายแหลม กระแสไฟฟ้า น้ำมันและสารเคมี ชนิดของพื้นรองเท้ามีหลายประเภท ที่พบมากได้แก่

พื้นยาง Nitrile สำหรับการทำงานในอุณหภูมิสูง ทนทานต่อน้ำมัน และสารเคมี
พื้น PU (Polyurethane) มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อน้ำมัน และสารเคมี
พื้น TPU (Thermo-Plastic Urethane) มีน้ำหนักเบา ความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อน้ำมัน และสารเคมี


     3. ตัวรองเท้า      

มาตรฐานรองเท้านิรภัยของสหภาพยุโรป EN345 รองเท้านิรภัยคู่ใดจะได้รับเครื่องหมายมาตรฐาน EN345 อันเป็นข้อบังคับหลักของยุโรปหรือเครื่องหมายมาตรฐาน ISO EN20345 ซึ่งได้กำหนดขึ้นมาใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้


  • หัวรองเท้า (Safety Toes) ต้องให้การป้องกันแรงกระแทก (Impact) สูงถึง 200 จูลได้
  • ผ่านการทดสอบแรงบีบ (Compression Test)
  • วัสดุส่วนบน (The Upper Material) ต้องมีคุณภาพและความหนาที่สามารถต้านทานการขัดสี (Abrasion Resistance) ในระดับที่กำหนดไว้
  • พื้นรองเท้า ต้องมีความต้านทานความร้อน (Heat Resistance) ความต้านทานการขัดสี (Abrasion Resistance) การดูดซับแรงกระแทก (Shock Absorption) รวมทั้งความต้านทานทั้งน้ำมันและสารเคมีชนิดที่ได้กำหนดไว้แล้ว (Resistance to both oil and certain chemicals)



ทั้งนี้ มาตรฐาน EN 345 และ ISO EN20345 บังคับให้ผู้ผลิตเพิ่มตัวอักษรระบุวัตถุประสงค์การใช้งาน หรือสภาพแวดล้อมในการ ใช้งานรองเท้า โดยเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน ได้แก่



SB (Safety Basic)



สำหรับรองเท้ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐาน



SBP (SB with pierce resistant midsole)



สำหรับรองเท้ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานพร้อมพื้นต้านทานการแทงทะลุ



S1 (SB with anti-static sole and cushioned heel area)



สำหรับรองเท้ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานพร้อมพื้นและบริเวณส้นต้านทานไฟฟ้าสถิตย์



S1P (S1 with pierce resistant midsole)



สำหรับรองเท้ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานพร้อมพื้นและบริเวณส้นต้านทานไฟฟ้าสถิตย์ รวมทั้งพื้นต้านทานการแทงทะลุ

S2 (S1 with water resistant upper)



สำหรับรองเท้ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานพร้อมพื้นและบริเวณส้นต้านทานไฟฟ้าสถิตย์ รวมทั้งส่วนบนต้านทานน้ำ



S3 (S2 with pierce resistant midsole)                          



สำหรับรองเท้าที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานพร้อมพื้นและบริเวณส้นต้านทานไฟฟ้าสถิตย์ ส่วนบนต้านทานน้ำ
รวมทั้งพื้นต้านทานการแทงทะลุ



หากรองเท้านิรภัยนั้นมีคุณสมบัติพิเศษนอกเหนือจากที่กล่าวมา จะมีสัญลักษณ์เพิ่มเติมด้านท้ายเช่น



P - มีพื้นเหล็ก ป้องกันการเจาะทะลุได้ 1,100 นิวตัน
C - Conductive footwear รองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตย์แบบตัวนำ
A - Antistatic footwear รองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตย์
HI - รองเท้ามีฉนวนป้องกันความร้อน
CI - รองเท้ามีฉนวนป้องกันความเย็น (-20 C)
E - พื้นรองเท้าช่วยดูดซับแรงกดที่ส้นเท้า 20 จูล
WRU - รองเท้าส่วนบนป้องกันน้ำซึมเข้ารองเท้า
HRO - พื้นรองเท้าทนความร้อน 300 องศาเซลเซียสนาน 1 นาที
CRO - พื้นรองเท้าป้องกันน้ำมัน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น